อัพเดตวันที่ 01/09/2565

การออกแบบแนวเส้นทาง

แนวคิดรูปแบบเบื้องต้นของ การพัฒนามอเตอร์เวย์และระบบราง

          แนวคิดในการพิจารณากำหนดแนวเส้นทางจะพิจารณาปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ทั้งสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ ข้อจำกัดทางกายภาพของพื้นที่ เช่น การหลีกเลี่ยงพื้นอ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงพื้นที่ที่ต้องมีการขอใช้จากหน่วยงานอื่น ๆ หรือเวนคืนจากผู้ถือครอง การคำนึงถึงพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงเนื่องจากผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่น พิจารณาถึงผลประโยชน์ของการมีโครงการ พิจารณาการเลือกวางแนวเส้นทางให้มีระยะทางที่สั้นและเป็นเส้นตรงให้ได้มากที่สุด โดยจะต้องออกแบบให้มีความเป็นมาตรฐาน

          แนวคิดการกำหนดโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบรางได้มีการนำโครงข่ายระบบคมนาคมอื่น ๆ ทั้งทางน้ำ และทางอากาศ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตมาร่วมพิจารณาด้วย เพื่อให้โครงข่ายมีการเชื่อมต่อส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยในการเชื่อมต่อจะกำหนดให้แนวเส้นทางเข้าไปใกล้ระบบคมนาคมขนส่งอื่น ๆ ก่อให้เกิดการขนส่งหลายรูปแบบ (Intermodal Transportation) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสินค้า ลดผลกระทบในเรื่องการเวนคืนพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพของการเดินทางในโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งของประเทศโดยมีรูปแบบการพัฒนาโครงการ ดังนี้

กรณีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ช่วงทั่วไป

    • ทางหลัก (Main Road) เป็นนถนน 6 ช่องจราจร (รวม 2 ทิศทาง) ความกว้างช่องจราจรละ 3.60 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 3.00 เมตร ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1.50 เมตร
    • ถนนบริการ (Service Road) อยู่ทางด้านซ้ายและขวา ของทางหลัก เป็นถนน 2 ช่องจราจร (รวม 2 ทิศทาง) ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.50 เมตร

กรณีมอเตอร์เวย์และทางรถไฟ ช่วงทั่วไป

    • ทางหลัก (Main Road) เป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร (รวม 2 ทิศทาง) ความกว้างช่องจราจรละ 3.60 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 3.00 เมตร ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1.50 เมตร โดยมีแนวรางรถไฟอยู่ด้านข้างของทางหลัก
    • ถนนบริการ (Service Road) อยู่ทางด้านข้างของทางหลัก เป็นถนน 2 ช่องจราจร (รวม 2 ทิศทาง) ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1.00 เมตร

กรณีทางรถไฟรางคู่

    • ทางรถไฟรางคู่ 2 ราง เขตทาง 40 เมตร
    • ถนนบริการ (Service Road) อยู่ทางด้านซ้ายและขวาของทางรถไฟ เป็นถนน 2 ช่องจราจร (รวม 2 ทิศทาง) ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหลทางกว้าง 1.50 เมตร

รูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง กรณีผ่านชุมชนขนาดเล็ก

ออกแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ซึ่งมีถนนบริการ (Service Road) อยู่ทางด้านข้าง ตำแหน่งที่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตัดกับถนนท้องถิ่นจะยกระดับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองข้ามถนนท้องถิ่น เพื่อให้คนในชุมชนสามารถเดินทางข้ามฝั่งไปมาและเข้าถึงสถานีรถไฟได้

รูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง กรณีผ่านชุมชนขนาดใหญ่

ลักษณะของถนนกรณีที่ผ่านพื้นที่ชุมชนเมืองขนาดใหญ่ จะมีระบบขนส่งสายรอง (Feeder Liner) ที่เป็นถนนหรือระบบรางวิ่งเข้าเมืองและเบี่ยงแนวเส้นทางของทางรถไฟสายใหม่และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โดยวิ่งอ้อมผ่านตัวเมืองไปเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดผ่านพื้นที่บริเวณตัวเมือง

รูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บริเวณสถานีรถไฟ

ลักษณะของการออกแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บริเวณช่วงที่มีสถานีรถไฟอยู่ด้านข้างของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) จะมีถนนบริการ (Service Road) อยู่ด้านข้างทางรถไฟและทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออกสถานี โดยการเข้า-ออกสถานีจากถนนบริการฝั่งที่ไม่ได้อยู่ติดทางรถไฟจะใช้สะพานลอยในการเดินข้ามถนนและทางรถไฟ

รูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงเข้า-ออก

รูปแบบของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บริเวณช่วงเข้า-ออก รูปแบบนี้จะเป็นจุดที่ถนนสายท้องถิ่นตัดกับทางหลวงสายพิเศษระหว่างเมืองและทางรถไฟ มีทางรถไฟอยู่ทางด้านข้างของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองถนนท้องถิ่นที่ตัดผ่านทางหลวงสายพิเศษและทางรถไฟจะก่อสร้างเป็นสะพานยกระดับข้ามไป และมีทางเข้า-ออก พร้อมกับด่านเก็บค่าผ่านทาง (Toll Plaza) ซึ่งทางเข้า-ออก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในฝั่งที่ไม่ผ่านทางรถไฟจะสามารถเข้าสู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้ที่ระดับพื้น (At-Grade) ส่วนทางเข้า-ออก ฝั่งที่มีทางรถไฟกั้นอยู่ จะก่อสร้างเป็นสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟอีกทั้งมีสะพานยกระดับ (ทางสายรอง) ข้ามแนวทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองกับทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ชุมชนทั้งสองฝั่ง

Powered by WordPress Inspiro WordPress Theme by WPZOOM