อัพเดตวันที่  20/09/2565

แนวเส้นทาง MR-MAP

โครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง

         จากแนวทางการกำหนดโครงข่ายการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง สามารถสรุปร่างแผนแม่บท MR-Map ได้ โดยมีระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 6,879 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง 3,740 กิโลเมตร แนวเส้นทางในร่างแผนแม่บท MR-MAP ประกอบด้วย

แนวเหนือ-ใต้ 3 เส้นทาง ระยะทางรวม 3,594 กิโลเมตร ได้แก่

    • เส้นทางที่ 1 เชียงราย-นราธิวาส ระยะทาง 2,154 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯ/ชลบุรี-หนองคาย ระยะทาง 896 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 3 บึงกาฬ-สุรินทร์ ระยะทาง 544 กิโลเมตร

แนวตะวันออก-ตะวันตก 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 2,688 กิโลเมตร ได้แก

    • เส้นทางที่ 1 ตาก-นครพนม ระยะทาง 855 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 2 กาญจนบุรี-อุบลราชธานี ระยะทาง 666 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 3 กาญจนบุรี-สระแก้ว ระยะทาง 391 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 4 กรุงเทพฯ-ระยอง/ตราด 460 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 5 ชุมพร-ระนอง ระยะทาง 89 กิโลเมตร
    • เส้นทางที่ 6 สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต ระยะทาง 227 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะทางรวม 683 กิโลเมตร 

ภาพร่างแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR-Map)

(อัพเดตวันที่ 20/09/65)

รายละเอียดแนวเส้นทางตามแผนแม่บท MR-MAP

หมายเหตุ ข้อมูลต่อไปนี้ เป็นข้อมูลที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวเส้นทางตามความเหมาะสมต่อไป

MR 1 เชียงราย-นราธิวาส

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
เป็นเส้นทางที่ยาวที่สุดของแผนแม่บททางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง (MR-MAP) โดยแนวเส้นทางวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ เน้นการรองรับการเดินทางและการขนส่งจากภาคเหนือและภาคกลางลงสู่ภาคใต้เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังมีจุดเชื่อมโยงแนวตะวันออก-ตะวันตกที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังพื้นที่เศรษฐกิจ ด่านนครพนม จังหวัดนครพนม และจากจังหวัดนครสวรรค์ ไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศเวียดนาม แนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ภาคเหนือบริเวณด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพื้นที่ชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสิ้นสุดแนวเส้นทางในภาคใต้ เชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย บริเวณจังหวัดนราธิวาส

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทาง MR1 กำหนดให้ผ่านพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ แพร่ สุโขทัยพิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR1 ระยะทางรวมประมาณ 2,154 กิโลเมตร แบ่งได้เป็น 13 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 เชียงราย-เชียงของ (ระยะทางประมาณ 86 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 เชียงราย-ด่านแม่สาย (ระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 3 เชียงใหม่-เชียงราย (ระยะทางประมาณ 217 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 4 พิษณุโลก-เชียงใหม่ (ระยะทางประมาณ 304 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 5 นครสวรรค์-พืษณุโลก (ระยะทางประมาณ 143 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 6 สุพรรณบุรี-นครสวรรค์ (ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 7 นครปฐม-สุพรรณบุรี (ระยะทางประมาณ 71 กิโลเมตร)

ช่วงที่ 8 นครปฐม-ชะอำ (ระยะทางประมาณ 128 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 9 ชะอำ-ชุมพร (ระยะทางประมาณ 337 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 10 ชุมพร-สุราษฎร์ธานี (ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 11 สุราษฎร์ธานี-สงขลา (ระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 12 สงขลา-สะเดา (ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 13 สงขลา-นราธิวาส (ระยะทางประมาณ 249 กิโลเมตร)

ภาพแนวเส้นทาง MR1: เชียงราย-นราธิวาส

MR2 กรุงเทพฯ/ชลบุรี-หนองคาย (ด่านหนองคาย)

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทาง MR2 เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสปป. ลาว โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 เป็นเส้นทางที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างในปัจจุบัน ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนที่ 2 เป็นเส้นทางในแผนอนาคต ได้แก่ เส้นทางส่วนต่อขยายทางพิเศษอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอผลการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) และเส้นทางชลบุรี-หนองคาย เป็นเส้นทางที่กำหนดในแผนแม่บท MR-MAP ซึ่งจะเชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกกับภาคะวันออกเฉียงเหนือ จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และจุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่ด่านหนองคาย จังหวัดหนองคาย บริเวณจุดเชื่อมต่อพรมแดนประเทศไทย-สปป. ลาว ซึ่งเป็นแหล่งการค้าขายและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทาง MR2 พาดผ่านพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครราชสีมา มหาสารคาม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR2 มีระยะทางรวมประมาณ 905 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา) 196 กิโลเมตร เส้นทางส่วนต่อขยายทางพิเศษอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 24 กิโลเมตร และเส้นทางตามแผน MR-MAP ในอนาคต 685 กิโลเมตร โดยเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางทั้งหมด มีระยะทาง 313 กิโลเมตร สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาแบ่งได้เป็น 4 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 ชลบุรี-ปราจีนบุรี (ระยะทางประมาณ 147 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 ปราจีนบุรี-นครราชสีมา (ระยะทางประมาณ 166 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 3 นครราชสีมา-ขอนแก่น (ระยะทางประมาณ 156 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 4 ขอนแก่น-หนองคาย (ด่านหนองคาย) (ระยะทางประมาณ 216 กิโลเมตร)

ภาพแนวเส้นทาง MR2: กรุงเทพฯ/ชลบุรี (แหลมฉบัง)-หนองคาย (ด่านหนองคาย)

MR3 บึงกาฬ (ด่านบึงกาฬ)-สุรินทร์ (ด่านช่องจอม)

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ เชื่อมระหว่างภาคตะวันตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคตะวันตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมถึงยังเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง สปป.ลาว-ไทย-กัมพูชา จุดเริ่มต้นอยู่ที่ด่านบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อพรมแดนไทย-ลาว และมีแนวทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเป็น Spur line เชื่อมต่อแนว MR2 กรุงเทพฯ/ชลบุรี-หนองคาย บริเวณจังหวัดอุดรธานี หลังจากนั้น แนวเส้นทางวิ่งลงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้และไปสิ้นสุดโครงการที่ด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ และ ด่านช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อพรมแดนไทย-กัมพูชา โดยเส้นทางนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งสินค้าไปยังด่านการค้าชายแดนและเพิ่มโอกาสทางการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทางจะพาดผ่านพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และสุรินทร์

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR 3 มีระยะทางรวมประมาณ 544 กิโลเมตร โดยมีช่วงที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางรวมทั้งหมด 490 กิโลเมตร สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ได้ดัง

ช่วงที่ 1 บึงกาฬ-อุดรธานี (ระยะทางประมาณ 173 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 อุดรธานี-ร้อยเอ็ด (ระยะทางประมาณ 122 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 3 ร้อยเอ็ด-สุรินทร์ (ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 4 สุรินทร์-ด่านช่องจอม (ระยะทางประมาณ 57 กิโลเมตร)

ช่วงที่ 5 สุรินทร์-ศรีสะเกษ (ด่านช่องสะงำ) (ระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร)

ภาพแนวเส้นทาง MR3: บึงกาฬ (ด่านบึงกาฬ)-สุรินทร์ (ด่านช่องจอม)

MR4 ตาก (ด่านแม่สอด)-นครพนม (ด่านนครพนม)

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางตาก-นครพนม รองรับการเดินทางและการขนส่งจากภาคตะวันออกไปยังภาคตะวันตก รองรับโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจนอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงแนว East-West Economic Corridor เชื่อมต่อชายแดนไทย-สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและชายแดนไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เชื่อมพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) 3 แห่ง จากฝั่งตะวันตกที่ด่านแม่สอด จังหวัดตาก และฝั่งตะวันออกที่ด่านมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และด่านนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นแนวเส้นทางบริเวณด่านแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และไปสิ้นสุดแนวเส้นทางที่ด่านนครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม พาดผ่านพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม 

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR 4 มีระยะทางทั้งหมด 856 กิโลเมตร โดยเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางทั้งหมด 435 กิโลเมตร สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาทั้ง 5 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 ด่านแม่สอด-ตาก (ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 ตาก-พิษณุโลก (ระยะทางประมาณ 161 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 3 พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ (หล่มสัก) (ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 4 เพชรบูรณ์ (หล่มสัก)-ขอนแก่น (ระยะทางประมาณ 175 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 5 ขอนแก่น-มุกดาหาร-นครพนม (ระยะทางประมาณ 343 กิโลเมตร)

ภาพแนวเส้นทาง MR4: ตาก (ด่านแม่สอด)-นครพนม (ด่านนครพนม)

MR5 กาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์)-อุบลราชธานี (สะพานมิตรภาพแห่งที่ 6)

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางกาญจนบุรี-อุบลราชธานี เป็นเส้นทางเพื่อรองรับการเดินทางและขนส่งในแนวตะวันออก-ตะวันตก มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นด่านการค้าชายแดนระหว่างไทย เชื่อมต่อกับเมียนมา  และสามารถเชื่อมต่อกับ สปป.ลาว ผ่านด่านช่องเม็ก และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังเป็นเส้นทางที่มีโอกาสในการเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับประเทศเวียดนามในอนาคต

ประโยชน์ของโครงการ

  • ลดเวลาในการเดินทาง จาก 5 ชั่วโมง 30 นาที เหลือ 3 ชั่วโมง
  • มอเตอร์เวย์และรถไฟเชื่อมโยงประตูการค้าที่ด่านช่องเม็ก เมืองปากเซ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 เป็นเส้นทางเชื่อมโยงไปยังท่าเรือเว้ และท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม
  • กรณีมีโครงการ ลดพื้นที่เวนคืนประมาณ 7,000 ไร่ ในช่วงนครราชสีมา-อุบลราชธานี
  • เชื่อมโครงข่ายทางรถไฟระหว่างประเทศตามแผนงานของสมาคมรถไฟของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMRA)
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
  • ส่งเสริมการกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่ใหม่รอบนอกของเมือง
  • เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุจากปริมาณการเดินทางและขนส่งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทางจะพาดผ่านพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก อุทัยธานี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR 5 มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 722 กิโลเมตร ทั้งนี้ ในการศึกษาได้พิจารณาความเป็นไปได้ของแนวเส้นทาง ซึ่งเส้นทางช่วงกาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์)-นครสวรรค์ เป็นเส้นทางที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีการตัดผ่านพื้นที่สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเกือบตลอดทั้งสาย ที่ปรึกษาจึงไม่นำมาพิจารณาในแผนแม่บท MR-MAP ทั้งนี้ หากในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ซึ่งเห็นว่ามีโอกาสในการพัฒนาแนวเส้นทางช่วงกาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์)-นครสวรรค์ ได้นั้น สามารถนำเส้นทางดังกล่าวมาศึกษาความเหมาะสมต่อไป สำหรับในการศึกษานี้ ที่ปรึกษาพิจารณาแล้วว่าเส้นทางที่เป็นไปได้จะเริ่มจากนครสวรรค์-อุบลราชธานี สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาแบ่งเป็น 4 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 นครสวรรค์-ชัยภูมิ-นครราชสีมา (ระยะทางประมาณ 247 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 นครราชสีมา-อุบลราชธานี (ระยะทางประมาณ 282 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 3 อุบลราชธานี-ด่านช่องเม็ก (ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 4 อุบลราชธานี-สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่6 (ระยะทางประมาณ 117 กิโลเมตร)

ภาพแนวเส้นทาง MR5: กาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์)-อุบลราชธานี (สะพานมิตรภาพแห่งที่ 6)

MR6 กาญจนบุรี (ด่านพุน้ำร้อน)-สระแก้ว (ด่านอรัญประเทศ)

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางกาญจนบุรี-สระแก้ว แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 เส้นทางที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างในปัจจุบัน ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและเส้นทางเชื่อมโยงท่าเรือทวายในอนาคต และ ส่วนที่ 2 เส้นทางในแผนอนาคต โดยเริ่มต้นโครงการบริเวณด่านพุน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นด่านการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา เชื่อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในปัจจุบัน และแนวเส้นทางจะเชื่อมไปยังแนวตะวันออกต่อจากทางพิเศษ บริเวณจตุโชติ เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ผ่านวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 2 และ 3 และไปสิ้นสุดโครงการบริเวณด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อประเทศกัมพูชา

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR 6 มีระยะทางทั้งหมด 390 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี) 96 กิโลเมตร และเส้นทางตามแผนในอนาคต 294 กิโลเมตร  สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาในแต่ละช่วงได้ดัง

ช่วงที่ 1 ด่านพุน้ำร้อน-กาญจนบุรี (ระยะทางประมาณ 82 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 จตุโชติ-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก) (ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 3 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก)-ปราจีนบุรี (ระยะทางประมาณ 102 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 4 ปราจีนบุรี-สระแก้ว(อรัญประเทศ) (ระยะทางประมาณ 93 กิโลเมตร)

ภาพแนวเส้นทาง MR6: กาญจนบุรี (ด่านพุน้ำร้อน)-สระแก้ว (ด่านอรัญประเทศ)

MR7 กรุงเทพฯ-ระยอง (มาบตาพุด)/ตราด (ด่านคลองใหญ่)

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง/ตราด เชื่อมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับภาคตะวันออก และชายแดนประเทศกัมพูชา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 เส้นทางที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายกรุงเทพฯ-พัทยา-มาบตาพุด
ส่วนที่ 2 เส้นทางในแผนอนาคต ได้แก่ เส้นทางชลบุรี-ตราด (ด่านคลองใหญ่) เริ่มต้นบริเวณจุดต่อเชื่อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กรุงเทพ-พัทยา-มาบตาพุด ที่จังหวัดชลบุรี และสิ้นสุดแนวเส้นทางที่ด่านคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อประเทศกัมพูชาบริเวณเกาะกง

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ระยะทาง
แนวเส้นทาง MR 7 มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 459 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทางที่เปิดให้บริการแล้ว (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายกรุงเทพฯ-พัทยา-มาบตาพุด) 181 กิโลเมตร และเส้นทางตามแผนในอนาคต 278 กิโลเมตร พาดผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางทั้งหมด มีระยะทาง 180 กิโลเมตร สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาในแต่ละช่วงได้ดัง

ช่วงที่ 1 ชลบุรี-ระยอง (ระยะทางประมาณ 98 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 ระยอง-ตราด (ด่านคลองใหญ่) (ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร)

MR8 ชุมพร-ระนอง 

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมต่อท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งทะเลคือฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย และโครงการ Land Bridge ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและขนส่ง และประหยัดต้นทุนการขนส่งจากเดิมที่ต้องขนส่งผ่านทางช่องแคบมะละกาจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางการเดินทางและการขนส่งทางทะเลจากท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันที่มีระยะทางสั้นกว่า ซึ่งจะทำให้เส้นทางนี้มีศักยภาพในการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจระหว่างประเทศและระหว่างภาคจากภาคใต้สู่ภาคตะวันออกผ่านการเดินทางขนส่งทางทะเล นอกจากนี้ แนวเส้นทางชุมพร-ระนอง จะตัดกับแนวเส้นทางของ MR1 เชียงราย-นราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภาคใต้-ภาคกลาง-ภาคเหนือ

ประโยชน์ของโครงการ

  • ลดพื้นที่การเวนคืนประมาณ 2,000 ไร่ เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีการบูรณาการมอเตอร์เวย์ร่วมกับระบบราง
  • เชื่อมโยงท่าเรือทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันตามนโยบาย Land Bridge ด้วยมอเตอร์เวย์และระบบราง ซึ่งจะช่วยให้เกิดความรวดเร็วและความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า
  • เชื่อมโยงการเดินทางและขนส่งระหว่างพื้นที่ EEC และ SEC
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ในพื้นที่ SEC
  • ส่งเสริมการกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่ใหม่

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทาง MR 8 พาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัดได้แก่ ชุมพร และระนอง

ระยะทาง
แนวเส้นทางมีระยะทาง 91 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ในพื้นที่ท่าเรือตามการคัดเลือกของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Land Bridge) เบื้องต้นแนวเส้นทางจะเริ่มที่แหลมริ่ว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร และสิ้นสุดโครงการที่อ่าวอ่าง อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

ภาพตัดขวางและรูปตัดแนวเส้นทาง >> อ่านเพิ่มเติม

ภาพแนวเส้นทาง MR7: กรุงเทพฯ-ระยอง (มาบตาพุด)/ตราด (ด่านคลองใหญ่)

ภาพแนวเส้นทาง MR8: ชุมพร-ระนอง

MR9 สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย เป็นแนวเส้นทางที่เชื่อมระหว่าง 2 ฝั่งทะเลคือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เริ่มต้นที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านจังหวัดกระบี่ พังงา และสิ้นสุดที่จังหวัดภูเก็ต แนวเส้นทางตัดกับโครงการ MR1 เชียงราย-นราธิวาส และรถไฟปัจจุบัน บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภาคใต้-ภาคกลาง-ภาคเหนือ

แนวเส้นทาง
แนวเส้นทาง MR 9 กำหนดให้ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต

ระยะทาง
แนวเส้นทางรวมระยะทางรวมประมาณ 252 กิโลเมตร โดยมีเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางประมาณ 155 กิโลเมตร สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาในแต่ละช่วงได้ดังนี้

ช่วงที่ 1 สุราษฎร์ธานี-พังงา (ระยะทางประมาณ 175 กิโลเมตร)
ช่วงที่ 2 พังงา-ภูเก็ต (ระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร)

ภาพตัดขวางและรูปตัดแนวเส้นทาง >> อ่านเพิ่มเติม

ภาพแนวเส้นทาง MR9: สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต

MR10 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 

ความสำคัญของแนวเส้นทาง
เส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 648 กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 2 (ถนนกาญจนาภิเษก) ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน โดยมีการเก็บค่าผ่านทางในด้านตะวันออก สำหรับด้านตะวันตกอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีระยะทางรวม 168 กิโลเมตร

ส่วนที่ 2 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 เป็นเส้นทางตามแผนในอนาคต เพื่อแยกการจราจรทางไกลและการเดินทางเข้าเมือง เชื่อมโยงเส้นทางในทุกภูมิภาคเข้าหากัน แบ่งเป็น 5 ช่วง ได้แก่ (1) ด้านเหนือ ช่วงสุพรรณบุรี-ทล.32 (2) ด้านตะวันออก ช่วง ทล.32-ทล.305 (3) ด้านตะวันออก ช่วง ทล.305-ทล.34 (4) ด้านใต้ ช่วง ทล.34-ทล.35 (5) ด้านตะวันตก ช่วง ทล.35-นครปฐม โดยมีระยะทางรวมทั้งหมด 346 กม. และจากนครปฐม-สุพรรณบุรี ในด้านตะวันตก ใช้แนวเส้นทางร่วมกับ MR1 เชียงราย-นราธิวาส ระยะทาง 66 กิโลเมตร

ส่วนที่ 3 เส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ และเชื่อมวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครรอบ 2 และ 3 ได้แก่ (1) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว-ปากท่อ โดยช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปัจจุบัน ระยะทาง 25 กิโลเมตร และช่วงบ้านแพ้ว-ปากท่อ เป็นเส้นทางตามแผนในอนาคต ระยะทาง 54 กิโลเมตร และ (3) ส่วนต่อขยายทางพิเศษอุดรรัถยา ช่วงบางปะอิน-สุพรรณบุรี เป็นเส้นทางตามแผนในอนาคต ระยะทาง 55 กิโลเมตร

แนวเส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 และเส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงบางปะอิน-สุพรรณบุรี และช่วงบ้านแพ้ว-ปากท่อ มีระยะทางประมาณ 455 กิโลเมตร โดยเส้นทางช่วงที่มีการพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษะระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางมีระยะทางประมาณ 365 กิโลเมตร สรุปแนวทางการพัฒนาได้ดังนี้

ช่วงที่ 1 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านเหนือ ช่วงสุพรรณบุรี-ทล.32 (ระยะทางประมาณ 33 กม.)
ช่วงที่ 2 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วง ทล.32-ทล.305 (ระยะทางประมาณ 69 กม.)
ช่วงที่ 3 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วง ทล.305-ทล.34 (ระยะทางประมาณ 52 กม.)
ช่วงที่ 4 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านใต้ ช่วง ทล.34-ทล.35 (ระยะทางประมาณ 79 กม.)
ช่วงที่ 5 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันตก ทล.35-นครปฐม (ระยะทางประมาณ 23 กม.)

แนวการเชื่อมต่อโครงข่ายมอเอตร์เวย์และระบบราง >> อ่านเพิ่มเติม

ส่วนต่อขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ธนบุรี-ปากท่อ ช่วงบ้านแพ้ว-ปากท่อ

ความสำคัญของแนวเส้นทาง 
แนวเส้นทางเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในพื้นที่ภาคกลาง และเป็นเส้นทางเลือกในการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับภาคใต้ นอกจากนี้ ยังช่วยรองรับโครงข่ายการขนส่งสินค้าจากแหล่งอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและแบ่งเบาปริมาณจราจรบริเวณถนนพระราม 2 ทางหลวงหมายเลข 35

แนวเส้นทาง  พาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่  สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี

รูปแบบและรายละเอียดแนวเส้นทาง
พัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ต่อจากบ้านแพ้วไปสิ้นสุดที่ตำบลวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยใช้แนวตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระยะ 20 ปี โดยมีระยะทางรวม 54 กิโลเมตร  นอกจากนั้น เสนอให้มีการพัฒนาแนวรถไฟสายใหม่ เชื่อมต่อจากวงแหวนด้านใต้บริเวณทล. 305 และวิ่งลงใต้ไปสิ้นสุดที่วังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี 

ส่วนต่อขยายทางพิเศษอุดรรัถยา บางปะอิน-สุพรรณบุรี

ความสำคัญของแนวเส้นทาง 
แนวเส้นทางเชื่อมต่อจากวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 2 (ถนนกาญจนาภิเษก) กับเส้นทาง MR1 (เชียงราย-นราธิวาส) ช่วงนครสวรรค์-นครปฐม ที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เป็นเส้นทางรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างภาคเหนือและกรุงเทพและปริมณฑล และช่วยแยกการเดินทางไกลและการเดินทางเข้าเมืองออกจากกัน โดยรถจากทางเหนือสามารถวิ่งลงภาคใต้ได้โดยไม่ต้องผ่าเข้ากรุงเทพมหานคร

แนวเส้นทาง  พาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี

รูปแบบและรายละเอียดแนวเส้นทาง
แนวเส้นทางเชื่อมจากทางพิเศษอุดรรัถยาที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน อำเภอบางปะอิน ผ่านอำเภอพระนครศรีอยุธยา และสิ้นสุดที่บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเชื่อมต่อกับแนวเส้นทาง MR7 (เชียงราย-นราธิวาส) ช่วงนครสวรรค์-นครปฐม ต่อไปยังภาคเหนือ โดยมีระยะทางรวม 55 กิโลเมตร

ภาพแนวเส้นทาง MR10: วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3

Powered by WordPress Inspiro WordPress Theme by WPZOOM